สนข. เร่งแก้วิกฤติจราจรศูนย์ราชการ
สนข. เร่งศึกษา 4 แนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วนวิกฤติจราจร ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เผยรูปแบบทั้งสร้างทางเชื่อม-เจาะอุโมงค์ ล่าสุดปิ๊งไอเดียทำทางยกระดับจากถนนวิภาวดีฯขาเข้า-ออกโยนให้ทางหลวงเป็นเจ้าภาพ คาดวงเงินลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท คาดต้องใช้เวลา เร่งนำเข้าที่ประชุม คจร.ให้ผลักดันต่อ ส่วนสายสีชมพูใกล้สรุปเรื่องสถานีบางเขน
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยว่ากำลังเร่งสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาจราจรศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ล่าสุดได้มีการนำเสนอ 4 แนวทางในระยะเร่งด่วนก่อนที่จะเร่งให้มีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีแดงในอนาคตเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวของการเดินทางสู่ศูนย์ราชการแห่งนี้
รายละเอียดทั้ง 4 แนวทางนั้นได้แก่ 1.การทำทางยกระดับจากถนนแจ้งวัฒนะเข้าสู่พื้นที่ภายในศูนย์ราชการโดยตรง ช่วงสะพานข้ามแยกก่อนถึงศูนย์ราชการใกล้กับถนนเลียบคลองประปา แล้วให้ไปใช้เส้นทางภายในศูนย์ราชการเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานต่าง ๆ 2.การเจาะอุโมงค์จากถนนวิภาวดีรังสิตลอดคลองเพื่อเชื่อมต่อกับถนนหมายเลข 5 หรือหมายเลข 12 เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ศูนย์ราชการ แต่ยังไม่ได้มีการสำรวจแนวท่อใต้ดินโดยเฉพาะระยะความลึกเช่น ท่อก๊าซ ท่อส่งน้ำมันหรือท่อประปา 3.เปิดพื้นที่ด้านหลังที่ติดกับนอร์ธปาร์คทำทางเชื่อมต่อกับถนนภายในนอร์ธปาร์ค โดยอยู่คนละแนวกับถนนหมายเลข 8 ที่รอดำเนินการเวนคืน และ 4. การทำทางยกระดับเชื่อมจากถนนวิภาวดีฯข้ามทางรถไฟเชื่อมเข้าสู่ถนนหมายเลข 5 หรือหมายเลข 12 ตลอดจนเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ศูนย์ราชการโดยตรง
“ทั้ง 4 แนวทางน่าจะสามารถดำเนินการในระยะเร่งด่วนได้เร็วกว่า โดยจะให้กรมทางหลวงดำเนินการเป็นหลักเนื่องจากมีความชำนาญมากกว่า ส่วนกรณีเชื่อมถนนของนอร์ธปาร์คต้องเจรจาอีกครั้ง เช่นเดียวกับการทำทางยกระดับเชื่อมก็ต้องศึกษารูปแบบและวงเงินลงทุน แต่โดยรวมคาดว่าไม่น่าจะเกิน 1,000 ล้านบาท โดยผลสรุปทั้งหมดจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ภายในเดือนกรกฎาคมศกนี้เพื่อหาแหล่งงบประมาณสนับสนุนต่อไป”
นอกจากนี้ผอ.สนข.ยังเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาจราจรระยะยาวศูนย์ราชการ ที่ยังติดขัดกรณีการสร้าง สถานีอนุสาวรีย์บางเขนที่ต้องเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวด้วยนั้นล่าสุดในการประชุมของกระทรวงคมนาคมที่ผ่านมาปรากฏว่าใกล้จะสรุปรูปแบบของสถานีแล้ว เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนจึงจะออกแบบแล้วเสร็จ ระยะเวลาจึงน่าจะรวดเร็วขึ้น
“ล่าสุดมติในที่ประชุมให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)และบริษัทที่ปรึกษาไปหารือร่วมกับคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อแจ้งรูปแบบการก่อสร้างโครงการใหม่ หลังจากปรับเปลี่ยนแบบการก่อสร้างสถานีจากเดิมที่ใช้สถานที่บริเวณสำนักงานเขตบางเขน มาเป็นพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์บางเขนแทน
อีกทั้งให้มีการหารือกับกรมศิลปากรอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงสร้างและภูมิทัศน์ของอนุสาวรีย์ว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่ รวมทั้งที่ปรึกษาต้องจัดทำแผนการจัดการจราจร เพื่อรองรับผลกระทบระหว่างการก่อสร้างอีกด้วย”
โดยในส่วนรูปแบบการเชื่อมต่อสถานีกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี)และสายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-คูคต บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ (วงเวียนหลักสี่) ว่าสมควรที่จะเลือกแนวทางใด ระหว่าง การมีสถานีสายสีเขียวอยู่คร่อมสะพานถนนข้ามแยกทั้งชานชาลาและชั้นจำหน่ายตั๋ว และแยกชั้นจำหน่ายตั๋วออกเป็น 2 พื้นที่ขาดจากกัน หรือการมีสถานีสายสีเขียวอยู่เยื้องไปทางด้านทิศเหนือของสะพานข้ามแยก โดยชั้นชานชาลายังมีบางส่วนคร่อมสะพานลอยข้ามแยก และมีชั้นจำหน่วยตั๋วรวมอยู่ทางด้านทิศเหนือของสะพานถนนเพียงด้านเดียว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,541 20-23 มิถุนายน พ.ศ. 2553
500 total views, 1 so far today
Comments