ตุลาฯแห่ขายพรึบ40โครงการ
ตะลึง ตุลาคมปีนี้แรง ชี้เดือนเดียวแห่เปิดขายโครงการใหม่ร่วม 40 โครงการ กว่า 2 หมื่นยูนิต มูลค่ากว่า 5.6 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์? โดยคอนโดฯเกาะแนวรถไฟฟ้ายังเป็นดาวรุ่งแจงระดับราคายูนิตละ 1-3 ล้านบาท ดีมานด์ยังมีสูงหรือ 40-50 % ของตลาดรวม และยังเป็นพระเอกหลังดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ทั้งแลนด์แอนด์เฮ้าส์, แสนสิริ, เอเชี่ยน, โดดแจมแย่งมาร์เก็ตแชร์ สู่เจ้าตลาดเดิม ด้าน “พฤกษา” ที่เปิด 4 โครงการคอนโดฯ เกือบ 6,000 ล้านบาท? แอล.พี.เอ็น. เปิดขาย 2.4 พันยูนิต มูลค่า 6 พันล้านบาทสิ้นเดือน ขณะที่นายก อาคารชุด ระบุ 4-5 บิ๊กอสังหาฯ หวังมาร์จินคอนโดฯ 30% จึงเข้ามาลุยตลาด
“ฐานเศรษฐกิจ” ทำการสำรวจข้อมูลการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการต่างๆ ที่มีแผนการเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้? พบว่ามีจำนวน 37 โครงการ รวมกว่า 20,356? ยูนิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 56,485? ล้านบาท? ซึ่งผู้ประกอบการที่เปิดโครงการใหม่ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ?? และส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียม? ที่เข้ามาเปิดตัวจำนวนมาก? เป็นกลุ่มคอนโดฯ ในระดับราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท? ที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้เริ่มลงมาทำตลาดในกลุ่มระดับราคาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นแสนสิริ, แลนด์แอนด์เฮ้าส์, เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้,
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต? กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ? บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า? ในช่วงปลายไตรมาส 3 และต้นไตรมาส 4 นี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการเปิดโครงการใหม่ออกมาจำนวนมาก? และถือว่ามากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์เท่าที่เคยเปิดขายมาเลยก็ว่าได้ ซึ่งสาเหตุหลักเป็นเพราะช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้มีการเปิดโครงการใหม่? เพราะมีปัญหาด้านการเมือง จึงต้องมาเปิดตัวในช่วงเวลานี้? ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็มีการปรับสินค้าลงมาในตลาดระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม
“ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายใหญ่อั้นการเปิดโครงการมาตั้งแต่ครึ่งปีแรก? และยังต้องใช้เวลาการปรับสินค้าลงมาเล่นในตลาดระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท? ซึ่งกลุ่มสินค้านี้พฤกษาได้ทำโครงการมาก่อนหน้าแล้ว? และผู้ประกอบการหลายรายได้เห็นว่าพฤกษาสามารถขายโครงการได้ดีก็เลยหันมาเล่น ในตลาดนี้มากขึ้น? ทำให้โครงการในส่วนคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 40% ในอุตสาหกรรมจากก่อนหน้านี้มีเพียง 20% เท่านั้น” นายประเสริฐ? กล่าวและว่า
การเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงนี้? น่าจะเป็นกลุ่มคอนโดมิเนียมมากถึง 60% และเป็นกลุ่มระดับราคา 1-3 ล้านบาทมากถึง 40-50%? ในส่วนของบริษัทนั้นช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้เปิดโครงการคอนโดมิเนียม ไปแล้ว 4 โครงการ รวมมูลค่า 5,950 ล้านบาท จำนวน 1,935 ยูนิต โดยยังจะมีการเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง? ทั้งในส่วนของโครงการคอนโดมิเนียมและในแนวราบด้วย
ด้านนายธำรง? ปัญญาสกุลวงศ์? ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า? โครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1-3 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 50,000 -1 แสนบาท? ได้เข้ามาสู่ตลาดจำนวนมาก? โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ 4-5 รายในตลาดหลักทรัพย์ฯ? ที่หันมาพัฒนาโครงการในระดับราคาดังกล่าว? ปัจจัยสำคัญเป็นเพราะผู้ประกอบการเห็นว่า? โครงการสามารถขายได้เพราะมีความต้องการสูง และมีอัตรากำไรสูงไม่ต่ำกว่า 30% รวมถึงยังสามารถพัฒนาโครงการและขายได้เร็วกว่าสินค้ากลุ่มอื่น
“ถ้าเป็นการพัฒนาโครงการแนวราบมาร์จินไม่น่าจะเกิน 20% ผู้ประกอบการจึงหันมาทำโครงการคอนโดมิเนียมกันเยอะ? ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาน่าจะมีคอนโดมิเนียมใหม่เข้าสู่ตลาด 10,000-15,000 ยูนิต? เฉพาะในส่วนระดับราคา 1-3 ล้านบาทก็น่าจะมีกว่า 80-90% ทำให้การแข่งขันในกลุ่มคอนโดมิเนียมยังคงมีความรุนแรง? และน่าเป็นห่วงสำหรับซัพพลายใหม่ๆ ที่หากเข้ามามากกว่านี้ก็จะทำให้ความต้องการซื้อตามไม่ทันได้”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,575? 17-20? ตุลาคม พ.ศ. 2553
ขณะที่นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)? กล่าวว่า?? บริษัทได้เปิดตัวแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่ แอสปาย (ASPIRE) ในระดับราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท? เนื่องจากต้องการขยายฐานตลาดและกระจายสินค้าให้ครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์? เพื่อให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืน? โดยเปิดตัว 2 โครงการ ได้แก่ แอสปาย พระราม 4? จำนวน 1,432 ยูนิต มูลค่า 2,631 ล้านบาท? และแอสปาย งามวงศ์วาน? จำนวน 1,458 ยูนิต มูลค่า 2,166 ล้านบาท? ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในระดับต่ำกว่า 2 ล้านบาทมาแล้ว ในโครงการไลฟ์ แอด ท่าพระ
นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)? กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน? จะอยู่ในระดับราคา 1-3 ล้านบาทต่อยูนิต หรือเฉลี่ยตารางเมตรละ 20,000-50,000 บาท? ซึ่งเป็นเพราะฐานรายได้ส่วนใหญ่ของคนไทยจะมีรายได้ที่ซื้อคอนโดมิเนียมใน ระดับราคาดังกล่าวได้? โดยในส่วนพอร์ตรายได้คอนโดมิเนียมของบริษัทประมาณ 40% จะอยู่ในกลุ่มราคา 1-3 ล้านบาท? ในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายคอนโดมิเนียมทั้งหมด 13,000 ล้านบาท
ส่วน บริษัทแอล.พี.เอ็น. ดิเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เตรียมเปิดขายโครงการใหม่ โครงการ ลุมพินี ปาร์ค ริเวอร์ไซด์ -พระราม 3 มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท มีห้องพักจำนวน 2,400 ยูนิต ตั้งอยู่ในพื้นที่ 14 ไร่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้อย่างเป็นทางการ หลังจากเปิดให้ลูกค้าชมห้องตัวอย่างเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมรับแท็กส์ใบลงทะเบียนจองสิทธิ์ซื้อ โดยราคาขายจะเริ่มต้นที่ 1.65 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ตลาดคอนโดมิเนียมระดับราคานี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดและมีความต้องการอีก มาก
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้? ทางศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์? ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ เรื่องโอกาสของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์? ว่าตลาดที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท? เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะพัฒนาออกมารองรับกับตลาดส่วนใหญ่นั้นมีอยู่มาก? เนื่องจาก ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ นับตั้งแต่ปี 2537-2552 จะพบว่าครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 60,000 บาทต่อเดือน ที่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไปนั้น? มีจำนวนเพิ่มขึ้นเพียง 2 แสนครัวเรือน เท่านั้น
ขณะที่ครอบครัวที่มีรายได้ตั้งแต่ 20,000-60,000 บาท ที่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคา 1-3 ล้านบาท? มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านครัวเรือน และกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ระดับ 10,000-20,000 บาทต่อเดือน? ที่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยระดับ 5 แสน- 1 ล้านบาท มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากถึง 2 ล้านครัวเรือน? ทำให้จำนวนครัวเรือนที่มีความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยต่ำกว่า? 3 ล้านบาทนั้น เป็นฐานกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่มากที่ผู้ประกอบการจะสามารถพัฒนาโครงการออกมารอง รับได้? ซึ่งหากลูกค้าที่ซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท? จะต้องมียอดเงินผ่อนต่อเดือนประมาณ 7,000 บาท? และครอบครัวจะต้องมีรายได้ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น
683 total views, 3 so far today
Comments