Welcome, visitor! [ Register | Loginrss  |  tw

ลงประประกาศฟรี ที่นี่

เปิด 6 ทำเลมั่งคั่ง ขุมทรัพย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์

Posted พฤษภาคม 22, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

จากการเป็น “แหล่งธุรกิจสร้างสรรค์” ด้วยมีสภาพแวดล้อมเฉพาะตัวที่เอื้อต่อกิจกรรมด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์?6ทำเลข้างต้น คือ หัวแถวนำกรุงเทพฯ สู่ Creative City แนวคิดแห่งการสร้างเมืองให้มั่งคั่งด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์

การพัฒนาเศรษฐกิจตามโมเดล “สร้างโรงงาน ปล่อยปล่องไฟ” เริ่มถูกวิพากษ์ว่า “หลงทิศ” เพราะโมเดลเศรษฐกิจใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 จะต้องมีความยั่งยืน เน้นยุทธศาสตร์การเพิ่มมูลค่าจากทุนความรู้ โดยสร้างแหล่งรวมนักคิดและผู้ประกอบการสร้างสรรค์

หลอมรวมกันจนเกิดเป็นการจ้างงาน สร้างรายได้ เป็นพลังสู่การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของเมืองและประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง

ดังที่เคยเกิดขึ้นในยุโรป สหรัฐ หรือเกาหลีซึ่งล้วนใช้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น เบอร์ลิน ต้นแบบของเมืองสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ก้องโลกกับการเป็นเมืองแห่งศิลปะและงานออกแบบ ที่ดึงคนให้มาเยือนจนเป็นพลังเสริมสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ

เบอร์ลินวันนี้จึงเป็นศูนย์กลางแห่งงานศิลปะอันดับสองของโลกรองจากนิวยอร์ก มีประชากรเกือบ 8 หมื่นคน ในสายงานออกแบบ สื่อสาร บันเทิง ดนตรี วรรณกรรม การแสดง และศิลปะ สร้างมูลค่ารวมกันไม่น้อยกว่า 8 พันล้านยูโร หรือกว่า 360,000? ล้านบาท

หรือโซลจากเกาหลี จากเมืองที่เคยก็อปปี้ญี่ปุ่น การปฏิวัติอุตสาหกรรมภายในเกาหลีทำให้เกาหลียกระดับกรุงโซล ขึ้นมาเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นผู้นำในด้าน Digital Media City จากการบ่มเพาะธุรกิจไอทีและสื่ออย่างครบวงจร และยังขึ้นแท่นเป็นเมืองหลวงแห่งการออกแบบในปี 2010

“ทฤษฎีใหม่ที่จะสร้างเศรษฐกิจโลกให้มั่งคั่งได้ คือ องค์ความรู้จากแนวคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งเป็นเสมือน “ทุน” และ “วัตถุดิบ” สิ่งเหล่านี้จะเข้ามาแทนที่แรงงาน และทรัพยากรธรรมชาติ เพราะการผลิตและอุตสาหกรรมปล่องควันไฟที่เป็นทฤษฎีเก่าในศตวรรษที่ 20 ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ทำให้สินค้าไม่มีความแตกต่างกัน” ปรมาจารย์นักวางผังเมืองระดับโลก ไมเคิล ฟรีดแมน ผู้มีประสบการณ์พัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์และวางผังเมืองในเขต Silicon Valley กล่าวถึงการสร้างเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 ที่ต้องมุ่งสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

แต่จะเกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ ต้องสร้างเมืองให้เป็น “เมืองสร้างสรรค์” หรือ Creative City ด้วย เพราะเมืองสร้างสรรค์จะดึงดูดคนที่มีความคิดสร้างสรรค์เข้ามาในพื้นที่ เอื้อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่มาจากความคิดสร้างสรรค์
เมื่อเมืองเป็นแหล่งรวมนักคิด ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ก็ยิ่งเพิ่มศักยภาพให้กับเศรษฐกิจ

?เมือง” ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันความคิดสร้างสรรค์ หากออกแบบเมืองให้เกิดสังคมแบบเปิด สร้างสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม สร้างบรรยากาศที่ดึงดูดคนคิดสร้างสรรค์ให้มารวมกัน เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์คนคิดสร้างสรรค์ มีบริษัทที่ชำนาญด้านการผลิตธุรกิจสร้างสรรค์เข้ามาลงทุน ให้เกิดการจ้างงาน จะเกิดเมืองที่มีศูนย์รวมของคนที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลายมาบรรจบกัน” ฟรีดแมนให้ภาพใหญ่

ส่วนประเทศไทย การมีวัตถุดิบด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ สังคม และบริการชั้นยอด ที่รวมกลุ่มกันเหนียวแน่น ทำให้หลายฝ่ายเล็งว่า เหมาะที่จะดึงมาต่อยอดให้กลายเป็นชุมชนเมืองแห่งการสร้างมวลชนสร้างสรรค์

เริ่มนำร่องจากกรุงเทพ เมืองสร้างสรรค์ ต้นแบบในไทย แล้วแพร่ขยายไปยังชุมชนเมืองในภูมิภาคเหนือ ใต้ อีสาน
ครีเอทีฟ ซิตี้ เวอร์ชั่น กรุงเทพ ควรจะเดินไปแบบไหน นักวิชาการและผู้วิจัยจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่นำทีมโดย พีรดร แก้วลาย ได้ร่วมกันศึกษา พิจารณาถึงพื้นที่ที่ขับเคลื่อนและส่งเสริมความเป็นเมืองสร้างสรรค์ โดยค้นหาศักยภาพของพื้นที่เหล่านั้น ทั้งในด้านบุคลากร การใช้พื้นที่เพื่อธุรกิจสร้างสรรค์ ระบบเครือข่ายที่ทำให้การทำงานสร้างสรรค์มีประสิทธิภาพ และหน้าที่หลักของแต่ละพื้นที่ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนกรุงเทพมหานคร สู่เมืองสร้างสรรค์ในอนาคต

“จากการสำรวจ เราได้พื้นที่มา 6 พื้นที่ คือ ทองหล่อ จตุจักร สยาม อาร์ซีเอ ทาวน์อินทาวน์ และสุขุมวิท โดยสยามถือเป็นแหล่งเทรนด์แฟชั่น จตุจักรเป็นพื้นที่ห่วงโซ่ธุรกิจสร้างสรรค์ ทาวน์อินทาวน์ เป็นเมืองโฆษณา ธุรกิจโปรดัคชั่น อาร์ซีเอเป็นพื้นที่ธุรกิจดนตรี ทองหล่อ ธุรกิจออกแบบ และสุขุมวิทเป็นกระดูกสันหลังของคนต่างชาติ” พีรดร ให้ข้อมูล

ขณะที่ สุพิชฌาย์ ศิลัยรัตน์ ตัวแทนกลุ่มวิจัยเมืองสร้างสรรค์ ให้รายละเอียดของแต่ละทำเลว่า ทองหล่อ ถือเป็นพื้นที่ที่รวมทุกปัจจัยของเมืองสร้างสรรค์ เพราะมีตั้งแต่ธุรกิจสร้างสรรค์อย่างสตูดิโอแต่งงาน อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ไปจนถึง ศูนย์การค้าชุมชน ย่านทองหล่อจึงมีคนทำงานในกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ธุรกิจสร้างสรรค์ยังส่งผลให้เกิดธุรกิจอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร คอนโด เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ และธุรกิจสถานบันเทิง

?คนทำงานในแวดวงธุรกิจสร้างสรรค์ย่านทองหล่อ เป็นกลุ่มสถาปนิก นักออกแบบราว 400 คน ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ศิลปิน นักร้องกว่า 250 คน อาจารย์และนักศึกษาด้านการออกแบบในสถาบันการสอนออกแบบกว่า 900 คน รวมทั้งสิ้น 1,600 คน? สุพิชฌาย์ให้ข้อมูล

โดยกลุ่มธุรกิจแต่งงาน ถือเป็นธุรกิจหลักในย่านทองหล่อ มีทั้งหมด 20 แห่ง สร้างมูลค่าธุรกิจประมาณ 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 30% ของธุรกิจแต่งงานในกรุงเทพฯ ที่มีมูลค่ารวม 3 หมื่นล้านบาท

ส่วนธุรกิจสร้างสรรค์อื่นๆ ก็เช่น สตูดิโอออกแบบที่มีกระจายอยู่มากได้ก่อให้เกิดการเอื้อประโยชน์ระหว่างธุรกิจออกแบบ ธุรกิจอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์นำเข้า อย่างเช่น กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่มีถึง 40 ร้าน ถือว่ามีจำนวนมากเมื่อเทียบกับย่านอื่นๆ

นอกจากนี้ทองหล่อยังมีพื้นที่พบปะ เช่น ศูนย์การค้าชุมชน พื้นที่ที่คนทำงานสร้างสรรค์ใช้เป็นสถานที่พบปะ เช่น มีร้านกาแฟสตาร์บัคส์ถึง 3 ร้านคิดเป็น 16% ของร้านสตาร์บัคส์ในสุขุมวิท

องค์ประกอบอื่นๆ ที่ส่งเสริมให้ทองหล่อเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ คือ การมีสถานที่และกิจกรรมที่สนับสนุนการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น สถาบันปรีดี พนมยงค์ เวทีสำหรับศิลปวัฒนธรรม สถาบันการออกแบบ Accademic Italiana สถาบันดนตรี KPN Music Academy? และ Superstar Academy ซึ่งทั้งสองสถาบันมีจำนวนบุคลากรรวมกันกว่า 800 คน รวมถึงระบบขนส่งมวลชน

?ทองหล่อเป็นพื้นที่รวมปัจจัยที่เกี่ยวข้องและจำเป็นสำหรับกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ เมื่อผนวกกับพื้นที่เพื่อการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์ ทำให้ทองหล่อมีปัจจัยที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจสร้างสรรค์ที่หาได้ยากในพื้นที่อื่นๆ? สุพิชฌาย์ กล่าว

สำหรับพื้นที่ จตุจักร ถือเป็นจุดเชื่อมต่อของธุรกิจสร้างสรรค์ ด้วยความหลากหลายของสินค้า ความแปลกใหม่ และเป็นพื้นที่ซึ่งเอื้อต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์

มีทั้งการออกแบบ การผลิต เพื่อจำหน่ายในร้าน เป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับผู้ผลิตงานสร้างสรรค์จากทั่วประเทศ และเป็นโอกาสทางการค้าของผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์สำหรับกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

ปัจจุบันตลาดนัดอย่างจตุจักรมีแผงร้านค้าถาวรมากกว่า 1 หมื่นร้าน และแผงลอยอีกกว่า 300 ร้าน มีคนมาจับจ่ายในวันเสาร์อาทิตย์กว่า 2 แสนคน มีเงินหมุนเวียนต่อสัปดาห์ประมาณ 100-120 ล้านบาท

“รูปแบบร้านค้าในจตุจักรมี 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม A เป็นสินค้าวัตถุดิบ เช่น ลูกปัด เม็ดหิน เส้นเชือก เน้นขายส่ง มีจำนวน 37% กลุ่ม B ร้านขายสินค้าที่ซื้อวัตถุดิบภายในจตุจักรแล้วนำมาออกแบบ ผลิตเป็นสินค้าขายในร้าน มีจำนวน 33.71% และกลุ่ม C ร้านที่ออกแบบและผลิตชิ้นงานเอง แต่ซื้อหาวัตถุมาจากภายนอก มีจำนวน 29.21%” ทีมวิจัยให้ข้อมูลถึงห่วงโซ่การค้าในจตุจักร

ในส่วนของ สยามสแควร์ ถือเป็นทำเลโดดเด่นในฐานะเป็นแหล่งแฟชั่น แหล่งรวมความทันสมัย ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นย่านเกาะติดกระแสแฟชั่นโลก และเป็นที่แจ้งเกิดแบรนด์แฟชั่นไทย

การแวดล้อมด้วยสถาบันการศึกษา สถาบันกวดวิชา ยังทำให้สยามสแควร์เป็นแหล่งรวมกลุ่มวัยรุ่น คนหนุ่มสาว พื้นที่โล่งยังเอื้อต่อกิจกรรมต่างๆ เช่น เปิดตัวสินค้า คอนเสิร์ต ถ่ายภาพยนตร์ ฯลฯ บรรยากาศที่สยามสแควร์จึงคึกคักทั้งในวันธรรมดาและวันหยุด

วันธรรมดาจะมีผู้คนในพื้นที่ราว 2 หมื่นคน ส่วนวันหยุด ราว 5 หมื่นคน กำลังซื้ออยู่ที่ 1 พันบาทต่อคนต่อครั้ง สยามสแควร์จึงมีเงินหมุนเวียน 20-50 ล้านบาทต่อวัน

ธุรกิจเสื้อผ้าและแฟชั่น ถือเป็นธุรกิจใหญ่สุดในสยามสแควร์ พื้นที่จึงถูกใช้เป็นร้านเสื้อผ้ามากที่สุด 46.7% รองลงมาเป็นร้านอาหาร 18.2% นอกจากนี้ยังมีสถาบันกวดวิชา 7.32%

สยามสแควร์ยังถือเป็นแหล่งแจ้งเกิดแบรนด์ของนักออกแบบหน้าใหม่ จนก้าวสู่ตลาดแฟชั่นระดับนานาชาติ เช่น Tube gallery, ISSUE, It?shappened to e a closet

สำหรับผู้ประกอบการที่มาเปิดร้านในสยามสแควร์ ส่วนมากเป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ ต้องการทดลองผลิตและจำหน่ายสินค้าที่แปลกใหม่ โดดเด่น แม้ว่าค่าเช่าจะสูงประมาณ 1-3 แสนบาทต่อเดือน แต่จะมีการร่วมกันแบ่งภาระค่าเช่า เพราะการใช้พื้นที่ร้านของนักออกแบบกลุ่มนี้มีไม่มากนัก เนื่องจากเน้นผลิตน้อยชิ้นและเน้นสินค้าที่มีความแตกต่าง ช่วยให้ค่าเช่าพื้นที่ลดลงเหลือประมาณเดือนละ 2 หมื่น-1.2 แสนบาท ขณะที่สามารถสร้างรายได้ เดือนละ 1-7 แสนบาท

?สยามสแควร์เป็นพื้นที่ซึ่งนักออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าใฝ่ฝันที่จะมีกิจการเป็นของตนเอง เพราะไม่เพียงสร้างรายได้ แต่การมีร้านเสื้อผ้าแฟชั่นยังหมายถึงการได้สร้างสรรค์ชิ้นงาน ถือเป็นกำลังในการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์?

ทาวน์อินทาวน์ ถือเป็นทำเลศูนย์กลางการออกแบบและสื่อมัลติมีเดียของกรุงเทพฯ ด้วยการปรับลุคของหมู่บ้านจัดสรรมาเป็นโฮม ออฟฟิศ เนื่องจากราคาค่าเช่าที่ไม่แพงและอยู่ใกล้แหล่งธุรกิจ จนปี 2547 พื้นที่ทาวน์อินทาวน์จึงเริ่มกลายเป็นย่านของครีเอทีฟ ออฟฟิศ

จากการศึกษาของทีมวิจัยกลุ่มผังเมือง พบว่า ขณะนี้เป็นพื้นที่พักอาศัยประมาณ 46.68% ขณะที่เป็นอาคารสำนักงานประมาณ 39.31% โดยมีบริษัทที่ทำธุรกิจสร้างสรรค์รวมตัวกันถึง 119 แห่ง ได้แก่ บริษัทสื่อและโฆษณา บริษัทถ่ายทำตัดต่อหนัง บริษัทสถาปนิก บริษัทออกแบบ มีคนทำงานในกลุ่มธุรกิจนี้ประมาณ 1,012 คน

บริษัทเหล่านี้จะทำงานในลักษณะให้บริการเชื่อมโยงกันตามกระบวนการผลิตสื่อมัลติมีเดีย ตั้งแต่เป็นบริษัทพรีโพรดัคชั่น บริษัทโพรดัคชัน และบริษัทโพสต์ โพรดัคชั่น

?ทุกอย่างที่เกี่ยวกับมีเดียสามารถผลิตได้ในย่านนี้ รายได้ของธุรกิจสร้างสรรค์ในย่านนี้พบว่า ปี 2549? สร้างรายได้ 2,640? ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้สื่อสร้างสรรค์ของประเทศ 4.9 แสนล้านบาท เท่ากับทาวน์อินทาวน์สร้างรายได้ 0.5%? ของด้านนี้? สุพิฌาย์ กล่าว

อาร์ซีเอ เป็นอีกทำเลธุรกิจสร้างสรรค์ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจดนตรี สื่อ และสถานบันเทิง ด้วยภาพลักษณ์สถานบันเทิงของอาร์ซีเอ ทำให้กลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ มองเห็นศักยภาพและโอกาสของพื้นที่ ซึ่งมีข้อได้เปรียบเรื่องค่าเช่าราคาถูกเมื่อเทียบกับย่านสุขุมวิท ที่ห่างกันไม่ถึง 3 ก.ม.

อาร์ซีเอในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจึงเกิดปรากฏการณ์กระจุกตัวของคนทำงานสร้างสรรค์หลากหลายประเภท ตั้งแต่สื่อสิ่งพิมพ์ สถานีวิทยุ บริษัทโฆษณา และบริษัทสร้างสรรค์สื่อสมัยใหม่ประเภทต่างๆ ธุรกิจภาพยนตร์ กลุ่มอุตสาหกรรมดนตรี ธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์

“จากยูนิตทั้งหมดที่มีการใช้งาน 342 ยูนิต การใช้พื้นที่ของกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์มีมากถึง 124 ยูนิต คิดเป็น 36.25% เนื่องจากพื้นที่ที่เอื้อ โดยเป็นทั้งพื้นที่พบปะของคนทำงานสร้างสรรค์ในพื้นที่? การใช้พื้นที่ของอุตสาหกรรมดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวนักร้องคนใหม่ พื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ดนตรีอื่นๆ”

ชาวต่างชาติ ถือเป็นอีกองค์ประกอบของการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพราะความหลากหลายทางเชื้อชาติ หมายถึงโอกาสในการเปิดพื้นที่ของความคิดที่หลากหลาย สุขุมวิท ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยรองรับคนต่างชาติจึงเป็นอีกพื้นที่สร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ

“เหตุผลที่ย่านสุขุมวิทเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด ทั้งแหล่งชอปปิง โรงแรมห้าดาว อาคารสำนักงาน คอนโดมีเนียม โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ระบบขนส่งมวลชน” สุพิฌาย์ กล่าว

ทั้งนี้ชาวต่างชาติที่พักอยู่ในไทยสูงสุด คือ ชาวญี่ปุ่นซึ่งนิยมพักอาศัยในย่านสุขุมวิทจนได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่น

ข้อมูลของปี 2548 ระบุว่า ไทยมีชาวญี่ปุ่นอยู่มากเป็นอันดับ 7 ของโลก และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีชาวญี่ปุ่นเข้ามาทำงาน ใช้ชีวิตในไทยเพิ่ม 10% ทุกๆ ปี ปัจจุบันจึงมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาทำงานประมาณ 4.5 หมื่นคน ถือเป็นกลุ่มคนที่ใช้ฐานความรู้ในการทำงาน และยังส่งผลให้เกิดการพัฒนาธุรกิจมากมาย เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของครอบครัวญี่ปุ่น

สาเหตุที่คนญี่ปุ่นเลือกพักย่านสุขุมวิท เพราะต้องการใช้เวลาเดินทางไปยังที่ต่างๆ เช่นที่ทำงาน โรงเรียน แหล่งชอปปิงไม่เกิน 15 นาที นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลคุณภาพสูง ร้านอาหาร? ร้านขนมปังของคนญี่ปุ่น ร้านหนังสือ คอนโดที่อยู่ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมดี

“พื้นที่สุขุมวิทเป็นพื้นที่ส่งเสริมความเป็นเมืองสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ เพราะมีศักยภาพตอบสนองความต้องการกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ต่างชาติ จากความสะดวกในการเดินทาง ที่อยู่ รองรับการใช้ชีวิตที่เป็นสากล และมีสิ่งอำนวยความสะดวกทัดเทียมเมืองใหญ่ของโลก

หากคนญี่ปุ่นเลือกสุขุมวิทเป็นบ้านหลังที่สองได้ ย่อมหมายความว่า สุขุมวิทย่อมมีความพร้อมสำหรับคนชาติอื่นๆ ด้วย” สุพิฌาย์กล่าว

จากสภาพแวดล้อมของเมืองที่ไม่หยุดนิ่งตลอด 24 ชั่วโมง มีผู้ประกอบการสร้างสรรค์ในหลายสาขา เป็นที่รวมของกลุ่มคนหลายเชื้อชาติ เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมที่หลากหลาย กรุงเทพฯ จึงถือว่ามีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่เมืองสร้างสรรค์ได้ เห็นได้จากทำเลสร้างสรรค์ข้างต้นที่มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไประดับหนึ่งแล้ว

bangkokbiznews

ลูกค้าซื้อบ้านโวยกรมที่ดินหยุด ห่วงโอนไม่ทัน31พ.ค.

Posted พฤษภาคม 22, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

รายงานข่าวจาก ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มลูกค้าสินเชื่อบ้านของธนาคารออมสิน ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จากกรณีที่รัฐบาลประกาศให้วันที่ 17-21 พ.ค.นี้ เป็นวันหยุดราชการทั้งสัปดาห์ เนื่องจากมีลูกค้าหลายรายที่ได้ทำนิติกรรมสัญญาสินเชื่อกู้บ้านกับธนาคารเสร็จแล้ว และอยู่ในช่วงนัดโอนสินทรัพย์กับกรมที่ดินในเวลาดังกล่าวไม่สามารถที่จะไปทำนิติกรรมสัญญาการโอนบ้านและที่ดินได้หลายราย

เบื้องต้นแม้ต้องเลื่อนการทำธุรกรรมออกไปก่อน แต่เกรงว่า หากโอนไม่ได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ จะยิ่งได้รับความเดือดร้อนมากขึ้นไปอีก

ปิดฉากงดงาม ?สถาปนิก ?53? ยอดผู้ชมทะลุ 3 แสน ผู้แสดงสินค้าแฮปปี้

Posted พฤษภาคม 21, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

Tuesday, 18 May 2010 13:25 — อสังหาริมทรัพย์
กรุงเทพฯ–18 พ.ค.–ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ สถาปนิก ?53 งานยักษ์ด้านสถาปัตยกรรมงานเดียวในเมืองไทย ครั้งที่ 24 ภายใต้แนวคิด คิดต่างอย่างสมดุล : THINK Equilibrium ที่จัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. ? 5 พ.ค. ที่ผ่านมา จัดโดย สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งงานดังกล่าวยังคงความยิ่งใหญ่ อัดแน่นด้วยความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี รวมถึงการบริการด้านงานสถาปัตยกรรมไว้อย่างครบถ้วน

สถาปนิก ?53 ในปีนี้เริ่มด้วย สมเด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์เสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีคณะผู้เข้าเฝ้าถวายการรับเสด็จฯ อาทิ นายทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายสถิรัตร์ ตัณฑนันทน์ ประธานจัดงานสถาปนิก ?53 และ UIA Forum 2010, ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี, ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เฝ้ารับเสด็จ ฯ

สำหรับกิจกรรมที่โดดเด่นภายในงาน สถาปนิก ?53 ยังคงมีมากมายดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา ด้านสมาคมสถาปนิกสยามฯ ปูพรมจัดกิจกรรมต่างๆ เน้นการพัฒนาวิชาชีพสถาปนิก และยกระดับมาตรฐานสถาปนิกไทยสู่ความเป็นสากล โดยในปีนี้สมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม UIA Forum (Union International des Architectes / International Union of Architects) ซึ่งการจัดประชุมดังกล่าว วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ทั้งในและต่างประเทศต่างมาร่วมถ่ายทอดแนวความคิด ประสบการณ์ และมุมมองด้านสถาปัตยกรรมแก่เหล่าวิชาชีพเดียวกัน โดย สถิรัตน์ ตัณฑนันทน์ ประธานจัดงานสถาปนิก ?53 และ UIA Forum 2010 เปิดเผยว่า…

?เราเสียดายโอกาสของประเทศไทยเพราะมีสถาปนิกและนักลงทุนต่างชาติบางประเทศที่ไม่ได้มาเห็นความยิ่งใหญ่และนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงภายในงาน เพราะงาน สถาปนิก ?53 มีความยิ่งใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย จะเป็นรองก็เพียงแต่งาน World Expo ที่จัดในประเทศจีนเท่านั้น โดยกลุ่มสถาปนิกและนักลงทุนต่างประเทศทั้ง 10 ประเทศที่ได้เข้าร่วมชมงาน สถาปนิก ?53 ในครั้งนี้ต่างเห็นว่าการจัดงานเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่?

สำหรับผู้แสดงสินค้ากว่า 800 รายภายในงาน สถาปนิก ?53 ต่างไม่หวั่นต่อการเมือง ยกทัพนวัตกรรมมาอวดโฉมกันอย่างคับคั่ง พร้อมทั้งจัดแคมเปญพิเศษสำหรับผู้เข้าชมงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งล้วนได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยในปีนี้ผู้แสดงสินค้าหลายรายเลือกงาน สถาปนิก ?53 เป็นเวทีแห่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดภายในงานนับร้อยบริษัท อาทิ ทีโอเอ, บาธรูม ดีไซน์, เอเชีย ซีเมนต์ เป็นต้น พร้อมการสาธิตผลิตภัณฑ์จากผู้แสดงสินค้าอีกหลายรายภายในงาน นับได้ว่าผู้แสดงสินค้าทุกรายต่างพึงพอใจกับการเข้าร่วมงาน สถาปนิก ?53 ในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะเป็นเวทีแห่งการเสริมสร้างแบรนด์ของตนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นวงการอสังหาริมทรัพย์ให้กลับฟื้นตัวในช่วงสองไตรมาสสุดท้ายของปีอีกด้วย

นอกจากนี้ ผู้แสดงสินค้าเกือบทั้งหมดพร้อมยืนยันการเข้าร่วม สถาปนิก ?54 ในปีหน้า โดยผู้แสดงสินค้าหลายรายเตรียมวางแผนขยายพื้นที่การจัดแสดงและปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้เข้มข้นยิ่งขึ้น อาทิ SCG, สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ฯลฯ เพื่อให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังขยับขยาย พุ่งเป้าการจัดงานปีหน้ามีผู้เข้าชมงานเนืองแน่นกว่าปีนี้แน่นอน

พบกันใหม่อีกครั้งปีหน้าในงานสถาปนิก ?54 งานประชุมทางวิชาการและแสดงผลิตภัณฑ์ด้านสถาปัตยกรรม ครั้งที่ 25 ซึ่งจะคงความเข้มข้นและยิ่งใหญ่เช่นเดิมแน่นอน !!! ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

40ชุมชนค้านสุดลิ่ม! ‘ด่วน’ใหม่ศูนย์ราชการ

Posted พฤษภาคม 20, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดประชุมและเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 ที่ โรงแรมพีเค พาเลส ถนนแจ้งวัฒนะกรณีศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจการเงิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการออกแบบเบื้องต้นทางวิศวกรรม โครงการทางพิเศษเชื่อมต่อศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดย กำหนดไว้ 3แนวทางเลือก (ดูแผนที่ประกอบ) ที่ประชาชนอาจได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 40 ชุมชน

บรรยากาศภายใน เวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน? ปรากฏว่ามีประชาชนนับ 1,000 ราย เดินทางมาร่วมรับฟังความคิดเห็น และคัดค้านโจมตีโครงการ อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ผู้แทนชาวบ้านหลายรายผลัดกันลุกขึ้นชี้แจง โดยอ้างว่าทางด่วนเส้นนี้กทพ.ผุดขึ้นเพื่อสนองตอบ ศูนย์ราชการเพียงแห่งเดียว?? ทั้งที่ อัตราการใช้รถล้วนแต่มีเพียงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่สำคัญ ข้าราชการชั้นผู้น้อยตลอดจนประชาชนที่ติดต่อราชการล้วนแต่ใช้รถประจำทาง ขณะเดียวกันนโยบาย รัฐบาล ต้องการเน้นขนส่งระบบราง? ลดใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วง แคลาย-มีนบุรี พาดผ่าน อีกทั้งแผนก่อสร้างและขยายถนนโดยรอบอีกหลายสายทาง

ที่สำคัญ โครงการทางด่วน เชื่อมศูนย์ราชการ เส้นนี้ ชาวบ้านมองว่าจะสร้างผลกระทบโดยตรงต่อบ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือนในแนวสายทาง? และสารพัดปัญหามลพิษตามมา ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นละออง? เสียงดังรบกวน? ขโมยขโจร แหล่งซ่องสุมสิ่งเสพ ติดตามมา ซึ่งอาจซ้ำรอยปัญหาทางด่วนขั้นที่2 ที่ เคยเวนคืนผ่ากลางหมู่บ้านประชาชื่นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน แต่ทิ้งภาระให้ชาวบ้านต้องอยู่แบบหวาดผวา โดยเฉพาะใต้ทางด่วนที่ไม่เปิดให้ใช้พื้นที่จนกลายเป็นแหล่งซ่องสุมสารพัดซึ่งเสี่ยงต่ออันตรายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ด้านผู้บริหารกทพ. ออกมาระบุว่า แท้จริงแล้วเดิมที โครงการทางด่วนเชื่อมศูนย์ราชการ ไม่อยู่ในแผนของกทพ.แต่เป็นลักษณะการขอร้องขอจาก บริษัทพัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ของกรมธนารักษ์ ขอให้ขีดแนวสร้างทางด่วนเพื่อแก้ปัญหาจราจร เพราะปัญหาใหญ่เกิดจาก? ตั้งศูนย์ราชการขึ้นมาก่อน โดยไม่หาทางหนีทีไล่ จากปัญหาจราจรที่จะตามมา ส่งผลให้ถนนแจ้งวัฒนะวันนี้กลายเป็นอัมพาต ขณะเดียวกัน ธนารักษ์พัฒนา เคยหาทางออกด้วยการสร้างสะพานยกระดับบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ และเชื่อมเข้ากับ ศูนย์ราชการ? แต่ทำได้เพียง สะพานข้ามแยกแจ้งวัฒนะที่เพิ่งเปิดใช้ในปัจจุบันเท่านั้น เพราะติดปัญหาเรื่องที่ดิน

อย่างไรก็ดี กทพ.ยืนยันว่า ขณะนี้จะยังไม่เลือกแนวใดแนวหนึ่ง? และต้องรอขั้นตอนศึกษาและรับฟังความคิดเห็นประชาชน ให้แล้วเสร็จก่อน หากมีผลกระทบจริงก็อาจทบทวน เหมือนกับ โครงการ ทางด่วน เอ็น1? พระราม4 เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีปัญหาชาวบ้านต่อต้านจนกทพ.ต้องถอยอย่างไม่เป็นท่ามาจนทุกวันนี้ หรือถ้าหากมีความจำเป็นต้องดำเนินการจริงๆ ก็ต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนแนวให้เหมาะสมที่สุด
ทั้งนี้เนื่องจาก ย่านแจ้งวัฒนะ เลียบคลองประปา ประชาชื่น เป็นชุมชนขนาดใหญ่? ทำเลทองที่อยู่อาศัย? ขณะเดียวกันมีหมู่บ้านระดับพรีเมียมเกิดขึ้น? อาทิ พื้นที่บางส่วนของ หมู่บ้านเศรษฐสิริ หมู่บ้านประชาชื่น หมู่บ้านมาสิริ หมู่บ้านนันทวัน?? หมู่บ้านแกรนคาแนล หมู่บ้านท่าทราย หมู่บ้านโพธิแก้ว? หมู่บ้าน กฟภ.นิเวศน์ 2? หมู่บ้านทุ่งสองห้อง? หมู่บ้านแจ้งวัฒนะผาสุข สนามกอล์ฟนอร์ธปาร์ค เป็นต้น? ราคาที่ดินค่อนข้างสูง

35,000-50,000 บาทต่อตารางวา ติดถนนแจ้งวัฒนะราคา100,000-120,000 บาทต่อตารางวา?? ส่งผลให้หากมีการเวนคืนจะเสียงบประมาณค่อนข้างมาก
จากการสอบถาม? นายวิชาญ ดิตย์สถาน อายุ 63 ปี เล่าว่าเพิ่งซื้อบ้านเดี่ยว 60 ตารางวา ราคากว่า 4,000,000 บาท ในหมู่บ้านประชาชื่นได้ 3-4 ปี เพื่อหวังว่าจะอยู่อย่างสุขสบายในช่วงบั้นปลายชีวิตเพราะเป็นทำเลดี เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกสบาย? แต่เหมือนกับฝันร้าย แนวทางด่วนมาลงโดยไม่ทราบเรื่องมาก่อน โดยบริเวณที่อยู่จะเป็นช่วงที่ถูกเวนคืนพอดี อย่างไรก็ดีจะต่อต้านให้ถึงที่สุดเพราะอายุมากแล้วจะหาซื้อบ้านที่ไหนไม่ได้อีกแล้วและราคาค่อนข้างแพง ที่สำคัญค่าชดเชยเวนคืนได้แค่ 50% ของราคาประเมิน
เช่นเดียวกับ ด.ต.ณรงค์ คล้ายโตนด อายุ 56 ปี? อาศัยอยู่หมู่บ้านประชาชื่นเล่าว่า แม้ บ้านจะเฉียดแนวเวนคืน แต่มองว่าจะได้รับผลกระทบในแง่ปัญหาสิ่งแวดล้อมอาทิ เสียง การบดบังทัศนียภาพ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ขณะที่? จ.อ.พนม บุญปั้ว และนายวินัย ลายภูษา ลูกบ้านในหมู่บ้านแจ้งวัฒนะผาสุข ให้ความเห็นว่า ทางด่วนเส้นนี้ไม่เกิดประโยชน์ ใช้แค่เฉพาะศูนย์ราชการเพียงอย่างเดียว แต่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ
แม้การประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 ผ่านพ้นไปแล้ว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างเซ็งแซ่ ซึ่งพอสรุปได้ว่า? ชาวบ้าน 100 %? ไม่เอาทางด่วนเชื่อมศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเส้นนี้แน่นอนและหากมีการเปิดเวทีครั้งที่ 2 ที่ 3? ผลออกมาก็อย่างนี้แหละ? !!

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,532?? 20-22? พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ข้อควรปฏิบัติในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน-เคอร์ฟิว

Posted พฤษภาคม 19, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

ข้อควรปฏิบัติในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน-เคอร์ฟิว
May 19, 2010
คำแนะนำจาก SIU สำหรับการปฏิบัติตัวในช่วงเคอร์ฟิว ? อัพเดตล่าสุด: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา 17.00 น
ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น คืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2553
มีการปล้นสดมภ์เยอะโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการจราจล
เกิดเพลิงไหม้ตลอดเวลา
ทหารน่าจะออกปฏิบัติการโดยใช้กระสุนจริงเต็มที่ แต่อาจควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ทั้งหมด
คำแนะนำในการอพยพ
ศอฉประกาศเคอร์ฟิว 20.00-06.00 ให้ประมาณเวลาเดินทางให้ดีด้วย
ถ้าหากอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับความวุ่นวาย โดยเฉพาะใจกลางกรุงเทพมหานคร
ให้ย้ายออกจากพื้นที่โดยด่วน ก่อนเวลา 20.00 น
อพยพออกไปพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอก
ถ้าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอก ควรเตรียมความพร้อมในการออกพื้นที่ต่างจังหวัด
เตรียมการ
สำรองอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า ยารักษาโรคพื้นฐาน จัดเป็นชุดใส่กระเป๋ารอไว้ เพื่อหยิบฉวยได้สะดวก
อาหารแช่แข็งอาจอุ่นไม่ได้ถ้าหากไฟดับ ควรเตรียมอาหารกระป๋องหรืออาหารสำเร็จรูป
เตรียมอุปกรณ์การสื่อสาร ชาร์จโทรศัพท์มือถือ เตรียมซิมการ์ดมากกว่า 1 เครือข่าย และเช็คสัญญาณมือถือ
เตรียมไฟฉาย เช็คถ่านไฟฉายว่ายังใช้งานได้ เผื่อกรณีไฟดับยามกลางคืน
เตรียมผ้าปิดจมูก ในกรณีที่พบกลุ่มควัน ให้ใช้ผ้าชุบน้ำคลุมจมูกไว้
เติมน้ำมันรถให้เต็ม ถอนเงินสดสำรองไว้ เพราะ ATM อาจใช้งานไม่ได้และปั๊มอาจปิดทำการ
ศึกษาเส้นทางรอบบริเวณ ว่าสามารถอพยพไปทิศทางใดได้บ้าง (อาจใช้ Google Maps) เตรียมเส้นทางเดินเท้าในกรณีที่รถยนต์ไม่สามารถใช้ได้ และระวังซอยตัน
จดหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินลงกระดาษ เตรียมหมายเลขโทรศัพท์บ้านญาติ-เพื่อน เพราะมือถืออาจใช้งานไม่ได้
ซักซ้อมจุดนัดพบกับสมาชิกในครอบครัว กรณีที่เกิดการพลัดหลง
ก่อนออกจากบ้านเพื่ออพยพไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย
ถ้าหากมีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ ควรจอดไว้ในบ้านถ้าเป็นไปได้ เพราะอาจโดนเปิดถังน้ำมันจุดไฟ
ก่อนออกจากบ้านควรปิดและถอดปลั้กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด สับคัตเอาท์ให้เรียบร้อย ให้ไฟฟ้าดับเพื่อป้องกันเพลิงไหม้
ล็อคประตูบ้านให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน
ไม่ควรออกเดินทางโดยลำพังถ้าเป็นไปได้ ควรมีเพื่อนไปด้วยเผื่อเกิดเหตุสุดวิสัย
แหล่งข่าวทาง Twitter
@siu_thailand ? Twitter ของ SIU
@js100radio ? วิทยุ จส. 100
ติดตามข่าวสารได้จากแท็ก #thaicrisis ใช้วิธีค้นหาได้จาก search.twitter.com หรือโปรแกรม Twitter แทบทุกตัว
ผู้สื่อข่าว
@jin_nation
@teeradet
@noppatjak
@teeratr
@MrNaLing
@jomquan
หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน
สายด่วน ศอฉ. 02-551-1515
เหตุด่วนเหตุร้าย 191
ศูนย์ดับเพลิงศรีอยุธยา 199
หน่วยแพทย์กู้ชีพ กทม. 1554
กองปราบปราม 1195
ศูนย์นเรนทร 1669
มูลนิธิร่วมกตัญญู 24 ชม. 0-2751-0951-3
ศูนย์วิทยุกรุงธน 0-2451-7227-9
ศูนย์วิทยุปอเต็กติ้ง 24 ชม. 0-2226-4444-8
ศูนย์วิทยุรามา 0-2354-6999
ศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล กรมตำรวจ 1691
ศูนย์เอราวัณ กทม. (ศูนย์รับแจ้งเหตุ) 1646
ศูนย์ควบคุมระบบการจราจรบนทางด่วน 1543
ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร 1197
ศูนย์จราจรอุบัติเหตุ จส. 100 1137
สถานีวิทยุชุมชุน ร่วมด้วยช่วยกัน (FM 96) 1677

ข้อมูลจาก ?http://www.siamintelligence.com/emergency-recommendation-19-may/

เวนคืน 623 หลัง เชื่อมสุขสวัสดิ์-วงแหวนใต้

Posted พฤษภาคม 17, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

หลังมีชาวบ้านเขตทุ่งครุไม่ต่ำกว่า100 คนร้องเรียนม.ร.ว.สุขุมพันธุ์? บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ช่วงปีที่ผ่านมา? เพื่อคัดค้านการก่อสร้างถนนตามแนวผังเมือง “ง2″ และ”ง3 ” เชื่อมถนนสุขสวัสดิ์ -พระรามที่ 2 -ถนนสามแยกตากสิน-ถนนเพชรเกษม -ถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้ ระยะทางรวม 21กิโลเมตร? ขนาด 6 ช่องจราจร มูลค่า เกือบ 20,000 ล้านบาท??? ส่งผลให้ บริษัทที่ปรึกษา และ สำนักการโยธา กทม.ต้องชะลอลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนลงชั่วคราว และ ทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้นใหม่? เพื่อความเหมาะสม?? เนื่องจากมีบ้านเรือนประชาชนถูกเวนคืนกว่า 1,900 หลังคาเรือน
โดยเฉพาะ ชุมชนต้นๆโครงการที่ตัดผ่าน”ถนนประชาอุทิศ “? เขตทุ่งครุ บริเวณนั้นจะผ่ากลางหมู่บ้านไม่ต่ำกว่า 200 หลังคาเรือนเนื่องจาก เป็นย่านที่มีชุมชนหนาแน่นที่สุด ขณะเดียวกัน กทม.มีความเห็นว่าทางออกที่จะแก้ปัญหาได้ก็คือ การเบี่ยงแนว โดยขยับห่างจาก แนวเดิม ที่ตัดผ่านถนนประชาอุทิศ ออกไปประมาณ 1กิโลเมตร จะมีพื้นที่โล่งว่าง แต่มีปัญหาว่าจะทำให้เกิดโค้งหักศอก ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนจากแนวสายทางเดิมจะเป็นทางตรง? ส่วนอีกทางออก จะใช้วิธี ทยอยเวนคืนและก่อสร้างโครงการเฉพาะส่วน ที่ สามารถดำเนินการได้ก่อน และเปิดใช้เป็นช่วงๆ ไป

ล่าสุด “พรเทพ เตชะไพบูลย์”รองผู้ว่าฯกทม. ออกมาระบุว่า จากผลการศึกษาพบว่าโครงการนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินหน้าต่อ เนื่องจาก ช่วยแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่ฝั่งธน เชื่อมถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้ เนื่องจากยังขาดโครงข่ายเพียงช่วงเดียว อย่างไรก็ดี? ได้เห็นชอบแนวเดิมที่บริษัทที่ปรึกษาเสนอ
โดยแนวเดิม ( ดูแนวประกอบ) ที่จะใช้ก่อสร้างระยะทาง 9.1กิโลเมตร? เริ่มต้นจากบริเวณ จุดเชื่อมต่อระหว่าง ถนนสุขสวัสดิ์? กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ไปทางทิศตะวันตก ผ่านถนนประชาอุทิศ ถนนพุทธบูชา ไปจนถึงถนนพระราม? 2 ต้องเวนคืน 297 ไร่ เป็นเงิน 2,300 ล้านบาท บ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ 623หลังคาเรือน รวม 14 ชุมชน ค่าชดเชย 1,600ล้านบาท? งบก่อสร้าง 4,600 ล้านบาท รวมงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ 8,500 ล้านบาท อย่างไรก็ดี จะลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ส่วนค่าชดเชยจะมีการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้สอดคล้องกับราคาตลาด คาดว่าภายในปี 2553 นี้จะสามารถเดินหน้าก่อสร้างโครงการต่อไปได้
” โครงการก่อสร้างถนนสาย”ง3 ” ยืนยันว่ามีความจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดขึ้น? เนื่องจาก เป็นถนนต่อเชื่อมที่สำคัญ ในโซนตะวันตกของกทม. ที่จะเชื่อมทั้งถนนวงแหวนด้านใต้? ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนเพชรเกษม ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาเดินทาง ได้มาก ที่ สำคัญหากโครงการมีความล่าช้า จะมีปัญหาชุมชนเกิดขึ้นบริเวณแนวสายทาง จะเกิดการร้องเรียนและทำให้กทม.เสียงบประมาณเวนคืนมากขึ้น”

สำหรับแนวสายทาง”ง3 ” ประกอบด้วย? ถนนสาย ง3 มีจุดเริ่มต้นจากจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนสุขสวัสดิ์กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรมไปทางทิศตะวันตกผ่านถนนประชาอุทิศถนนพุทธบูชาบรรจบถนนพระราม 2? ถนนสายง2 มีจุดเริ่มต้นจากจุดเชื่อมต่อกับแนวถนนสายง3 และถนนพระราม 2 ผ่านถนนเอกชัย ถนนกัลปพฤกษ์ข้ามคลองภาษีเจริญบรรจบกับจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนพุทธมลฑลสาย 1 กับถนนเพชรเกษม ถนนสายค6 เชื่อมต่อกับแนวถนนสายง3 และถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้(กาญนาภิเษก)
ฟันธงว่า? ถนน”ง3″ เดินหน้าต่อภายในปีนี้แน่นอน !!!

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,531?? 16-19? พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บีทีเอสกรุ๊ปชู ‘ซิตี้ โซลูชั่นส์’โมเดลหมื่นล.

Posted พฤษภาคม 17, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

บีทีเอสกรุ๊ปชู 'ซิตี้ โซลูชั่นส์'โมเดลหมื่นล.ภายหลังจากที่นายคีรี กาญจนพาสน์? ประธานกรรมการ บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อกิจการรถไฟฟ้าบีทีเอส ? พร้อมกับเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ เป็น บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)? เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา? นายคีรี พร้อมผู้บริหารก็ออกแถลงข่าวเพื่อฉายภาพของธุรกิจที่จะต้องนำพาต่อไปในอนาคต? ซึ่งการกลับมารุกธุรกิจใหม่ของนายคีรี โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์? นับเป็นสิ่งที่น่าจับตาอย่างยิ่ง? โดยธุรกิจนี้ถูกมอบหมายให้นายกวิน กาญจพาสน์? ลูกชายเป็นคนคุมกองทัพสำคัญ? ที่มาพร้อมกับแบรนด์ใหม่ในธุรกิจอสังหาฯ “แอบ
สแตรกต์”

++เปิดตัว4ธุรกิจหลัก
ภายหลังจากดำเนินการเปลี่ยนชื่อของบริษัทใหม่แล้ว? ในส่วนของโครงสร้างธุรกิจก็มีการปรับใหม่? โดยมีการแยกกลุ่มธุรกิจภายใต้การบริหารของบีทีเอสกรุ๊ป ออกเป็น 4 ธุรกิจหลัก? ได้แก่? 1. กลุ่มธุรกิจดำเนินการระบบขนส่งมวลชน ประกอบด้วย รถไฟฟ้าบีทีเอสในปัจจุบัน และส่วนเชื่อมต่อขยายในอนาคต รวมถึง การได้รับสัมปทานในการบริหารจัดการและการเดินรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที? 2. กลุ่มธุรกิจให้เช่าพื้นที่โฆษณา (วีจีไอ) ซึ่งอยู่ในพื้นที่บีทีเอส และบริเวณร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ทั่วไป อาทิ เทสโก้ โลตัส คาร์ฟูร์ บิ๊กซี และวัตสัน รวมถึง การโฆษณาภายในอาคารและสำนักงานต่างๆ? 3. กลุ่มธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีทั้งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้า และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ทำเลทองอื่นๆ เช่น ธนาซิตี้ บางนา-ตราด กม.14 เขาใหญ่ และภูเก็ต? และ? 4. กลุ่มธุรกิจให้บริการ อาทิ ธุรกิจบริหารโรงแรม ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจ อี-มันนี่ (e-money) ซึ่งเป็นบริการระบบการใช้จ่ายในระดับย่อยแบบ e-payment โดยได้พัฒนาระบบตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที ซึ่งสามารถขยายไปสู่ระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ รวมถึง ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจบริการ และการท่องเที่ยวได้ โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้กลางปี 2554

++ชูแนวคิด “ซิตี้ โซลูชั่นส์”
การที่กลุ่มบีทีเอส มี 4 ธุรกิจหลัก? นายคีรี? ได้วางเป้าหมายที่จะนำธุรกิจทั้งหมดมาผสมผสานและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน? ภายใต้แนวคิด “ซิตี้ โซลูชั่นส์” ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนเมืองในยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่การอยู่อาศัยภายในโครงการของบริษัทที่จะพัฒนาขึ้นมา? การเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน หรือ บีทีเอส? การใช้บัตรสมาร์ทการ์ดที่เชื่อมโยงกับธุรกิจที่มีอยู่ทั้งหมดภายใต้บัตรใบเดียว? เพราะในอนาคตจะมีการพัฒนาและให้บริการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟิสเนส ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ โรงแรม สปา เป็นต้น? ยังไม่นับกับแนวทางการไปร่วมมือกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วย ขณะที่ระบบตั๋วร่วม ด้านการขนส่งมวลชนที่บริษัทได้ไปบันทึกความเข้าใจร่วมกันก่อนหน้านี้? ก็จะทำให้การใช้ชีวิตของคนเมืองในอนาคต? สอดคล้องกับแนวคิด “ซิตี้ โซลูชั่นส์” ดังกล่าวได้อย่างลงตัว

++ปั้น “แอบสแตรกต์” ลุยอสังหาฯ
สำหรับธุรกิจอสังหาฯ นั้น? นายคีรี? ได้ยึดแนวคิดตามบริษัทชั้นนำที่ได้รับสัมปทานให้เดินรถไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชนจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศจีน หรือยุโรป? ที่มักจะมีที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าอยู่จำนวนมหาศาล? และมีการนำที่ดินเหล่านั้นมาเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น? ซึ่งคนที่จะมาดูแลในส่วนของธุรกิจอสังหาฯ ก็เป็นลูกชายคนเดียว นายกวิน กาญจนพาสน์? กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีทีเอสฯ
หากประเมินมูลค่าที่ดินของกลุ่มบีทีเอสมีอยู่ในปัจจุบันตามแนวรถไฟฟ้า? ก็มีมูลค่ามากกว่า 13,000 ล้านบาท? โดยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้บีทีเอสกรุ๊ป? ได้สร้างแบรนด์ “แอบสแตรกต์” (Abstracts)? ที่มีคำว่า BTS ซ่อนอยู่ในชื่อ? เป็นแบรนด์หลักในการพัฒนา ซึ่งเบื้องต้นจะเห็น 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาทออกมาในปีนี้? โครงการแรก เป็น “แอบสแตรกต์ พหลโยธิน พาร์ค” คอนโดมิเนียมสูง 34 ชั้น 3 อาคาร รวม 3,000 ยูนิต แต่จะพัฒนาเฟสแรกก่อน 1,000 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย 75,000 บาทต่อตารางเมตร? อีกโครงการ คือ? แอบสแตรกต์ สุขุมวิท 66/1 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข เป็นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ สูง 5 ชั้น 4 อาคาร รวม 112 ห้อง ราคาขายเฉลี่ย 75,000 บาทต่อรางเมตร? คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนปีหน้า

อนันดาฯรุกตลาดจัดคู่2งานบ้าน-คอนโด

Posted พฤษภาคม 12, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

อนันดาฯ รุกตลาด จัดคู่ 2 งาน บ้านและคอนโด 15-16 พ.ค.นี้ ส่งแคมเปญ “ซื้อไม่ต้องจ่าย” และ ?Blu Party? กระตุ้นยอดขาย

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท?อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ในวันที่ 15-16 พ.ค. นี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมการตลาดพร้อมกัน 2 ส่วน คือ โครงการบ้านภายใต้แคมเปญ “ซื้อไม่ต้องจ่าย” โดยนำบ้าน 5 โครงการมาจัดกิจกรรม ส่วน ส่วนคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า จัดงานที่ IDEO BluCove สุขุมวิท ภายใต้ชื่องาน ?Blu Party?

สำหรับโครงการที่นำมาจัดแคมเปญ ?ซื้อไม่ต้องจ่าย? ประกอบด้วย 5 โครงการ คือ โครงการลันตา รีสอร์ทไลฟ์ บางนา-วงแหวน ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท, โครงการมัลดีฟส์ ปาล์ม บางนา-วงแหวน ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท , โครงการไวกีกิ ชอร์ พระราม9-กรุงเทพกรีฑา ราคาเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท โครงการมัลดีฟส์ บีช ศรีนครินทร์-วงแหวน (ซอยหนามแดง) ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาท และโครงการบาหลี บีช อ่อนนุช ลาดกระบัง เริ่มต้น 1.59 ล้านบาท

สำหรับเงื่อนไขทางการเงินที่พิเศษสุด สำหรับผู้ที่จองซื้อทั้ง 5 โครงการในแคมเปญ ?ซื้อไม่ต้องจ่าย? คือ ลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์ ซึ่งมูลค่าสูงสุดกว่า 650,000 บาท ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 0% นาน 1 ปี และพิเศษ ฟรี! ค่าโอนกรรมสิทธ์และค่าจดจำนอง

ส่วนโครงการ IDEO BluCove สุขุมวิท ติด BTS อุดมสุข 70 เมตร คอนโดมิเนียมเล่นระดับ 15 ชั้น และ 18 ชั้นในอาคารเดียวกัน จำนวน 421 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.1 ล้านบาท จะจัดงาน Blu Party ในวันที่ 15-16 พ.ค.นี้เช่นกัน โดยลูกค้าที่สนใจจองซื้อโครงการ จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ รับฟรี! LCD TV 32 นิ้ว, รับส่วนลดสูงสุด 55,000 บาท, ได้สิทธิ์ผ่อน 0% นาน 6 เดือน พร้อมทั้งรับฟรีชุดครัว IDEO Smart Pantry และแอร์

พฤกษาฯ เมินม็อบ ขนเงินหมื่นล.ลุยซื้อที่ดินต่อ

Posted พฤษภาคม 12, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

พฤกษาฯ ไม่หวั่นม็อบ เดินหน้าลงทุน เตรียมเม็ดเงิน 1 หมื่นล้านบาท ซื้อที่ดินพัฒนาโครงการต่อเนื่อง ยันแผนเดิม 49 โครงการ

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท?พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการลงทุนในปี 2553 ของบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เริ่มจากการเตรียมเม็ดเงินในการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการทั้งในส่วนของปีนี้และปีหน้ารวม 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งบางส่วนเป็นการเจรจาซื้อขายตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และทยอยชำระเงินในปีนี้ โดยตั้งแต่ไตรมาสแรก (ม.ค. ? มี.ค. 53) ได้ใช้เงินซื้อที่ดินไปแล้ว 3,000 ? 4,000 ล้านบาท

การซื้อที่ดินดังกล่าวเป็นการรองรับแผนพัฒนาโครงการใหม่ในปีนี้ทั้งหมด 49 โครงการ แบ่งเป็น ทาวน์เฮ้าส์ 23 โครงการ บ้านเดี่ยว 15 โครงการ และคอนโดมิเนียม 11 โครงการ โดยในช่วงไตรมาสแรกได้เปิดตัวโครงการใหม่แล้ว 17 โครงการ แบ่งเป็น ทาวน์เฮ้าส์ 12 โครงการ บ้านเดี่ยว 2 โครงการ และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ รวมจำนวน 6,870 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 8,791 ล้านบาท

นายทองมา กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์การเมืองจะยังคงร้อนแรง แต่พฤกษาฯ เลือกตลาดที่อยู่อาศัยที่มีความต้องการสูงอยู่แล้ว จึงถือว่าเป็นความต้องการจริง ที่ไม่ว่าจะอย่างไรแล้วก็ต้องตัดสินใจซื้อบ้าน จึงเลือกที่จะเดินหน้าเปิดตัวโครงการตามแผนที่ตั้งไว้ โดยยืนยันว่าจะไม่ลดจำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่หากมีสถานการณ์ที่รุนแรงจริง จะปรับตัวด้วยการเลือกจังหวะที่เหมาะสมในการเปิดตัว โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่จำเป็นต้องอาศัยกระแสในการสร้าง ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ให้เกิด เพราะหากเปิดตัวแล้วไม่เกิด โอกาสในการทำตลาดจะยากขึ้น

ทั้งนี้ การชุมนุมทางการเมืองบริเวณจุดสำคัญทั้งผ่านฟ้า และบริเวณแยกราชประสงค์ เบื้องต้นจะยังไม่กระทบต่อยอดขายรวมของทั้งตลาด เนื่องจากช่วงไตรมาส 2 เป็นไตรมาสที่มียอดขายน้อยที่สุดเป็นปกติแล้ว ดังเช่นในปีที่ผ่านมา (ไตรมาส 2/2552) อยู่ที่ 35,000 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะใกล้เคียงเดิม ส่วนภาพรวมไตรมาส 1/2552 อยู่ที่ 45,000 ล้านบาท และไตรมาส 4/2552 อยู่ที่ 50,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า หากการเมืองยืดเยื้อจนถึงไตรมาส 3 อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาดได้ เนื่องจากที่ผ่านมาไตรมาส 3 ถือเป็นเทศกาลในการขาย และทำยอดขายสูงสุด โดยในปีที่ผ่านมายอดขายรวมของที่อยู่อาศัยในไตรมาส 3/2552 อยู่ที่ 58,000 ล้านบาท ซึ่งหวังว่านโยบายปรองดองของรัฐบาลจะสัมฤทธิ์ เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจต่อ และมีผลให้ภาพรวมการซื้อขายที่อยู่อาศัยในสิ้นปี 2553 เติบโตได้ 5%

นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทในตลาดด้วย โดยในส่วนของพฤกษาฯ เอง นักลงทุนบางส่วนก็มีความหวั่นไหว และลังเลที่จะลงทุน ส่วนกลุ่มที่มีความมั่นใจต่อผลประกอบการ และแผนการลงทุนของบริษัทฯ ก็ยังลงทุนในหุ้นของบริษัทฯ ต่อเนื่อง รวมถึง กลุ่มนักลงทุนต่างชาติบางส่วนเริ่มไล่เก็บหุ้น PS ในช่วงเวลาที่ราคานิ่ง

นายทองมา กล่าวอีกว่า ปีนี้บริษัทฯ ยังเตรียมออกหุ้นกู้ จำนวน 2,500 ล้านบาทตามแผนเดิมที่เคยวางไว้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาถึงดอกเบี้ยที่จะให้กับผู้ซื้อ โดยวัตถุประสงค์ของการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งนำมาเป็นเงินหมุนเวียนลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ อีกส่วนหนึ่งใช้เพื่อขยายการลงทุนโรงงานผลิตชิ้นส่วนบ้านสำเร็จรูป ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

ปี 53 ยันเป้าเดิม รับรู้ 2.4 หมื่นล.

ด้านยอดขายและยอดรับรู้รายได้ในปี 2553 นายทองมา กล่าวว่า ยังคงยืนยันตามเป้าหมายเดิมที่มูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้านี้ 27 % โดยมียอดขายอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท เติบโต 27 % เช่นกัน ภายใต้แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่กล่าวถึง แต่ในส่วนของผลกำไรสุทธิยอมรับว่าอาจลดลงจาก 19% เหลือ 16-17% จากการยกเลิกมาตรการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนอง ซึ่งจะทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 3%

แม้ว่าบริษัทฯ จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบ้านบีโอไอเป็น 14% ของการลงทุนทั้งหมด จากเดิมอยู่ที่ 8% จะทำให้ต้นทุนทางภาษีลดไปได้ 1% แต่เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 0.11% เป็น 3.3% (อัตราเดิม) แล้ว ยังมีส่วนต่างสูงพอสมควร ซึ่งหลังจากนี้ บริษัทฯ ต้องปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ

ไตรมาส 1 ยอดพุ่ง 112% รายได้ลด 14%

ผลประกอบการไตรมาส 1/2553?พฤกษาฯ มียอดขาย 8,587 ล้านบาท เติบโต 112% จากยอดขายไตรมาสแรกของปี 2552 ที่ 4,045 ล้านบาท และมียอดรับรู้รายได้ที่ 6,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 76% แต่ลดลงจากไตรมาส 4/2552 ประมาณ 14% เนื่องจากในไตรมาส 1/2553 มียอดขายในการโอนคอนโดมิเนียมน้อยกว่าที่ผ่านมา ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 1,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาส 4/2552

ด้านความคืบหน้าการลงทุนในต่างประเทศนั้น ที่เมืองบังกะลอร์ ประเทศอินเดีย อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้าง ส่วนเมืองเชนไน และมุมไบ อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน ขณะที่เมืองไฮฟง ประเทศเวียดนาม หากการเวนคืนแล้วเสร็จ พร้อมเปิดขาย และก่อสร้างทันที ส่วนที่ประเทศมัลดีฟ ในเดือนพ.ค.นี้ จะเริ่มเปิดขายบางส่วน

จับตา!ทุนไทยแข่งประมูลทรัพย์เลแมน

Posted พฤษภาคม 12, 2010 by in ข่าว อสังหาฯ ทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

จับตาทุนไทยแข่งประมูลทรัพย์เลแมน หลังการเมืองพ่นพิษฉุดเครดิตเรทติ้งไทยตก ต่างชาติเมินลงทุนในไทย

จากปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ที่มีต่อเนื่องมาตลอด ทำให้เครดิตเรทติ้งของประเทศไทยในสายตาของกลุ่มทุนต่างชาติที่มองมานั้นค่อนข้างต่ำ ทำให้ตลาดการลงทุนโดยรวมยังคงอยู่ในสภาพอ่อนแรง เห็นได้ชัดในช่วงครึ่งหลังของปี 2552 เป็นต้นมา แม้ก่อนหน้านี้กลุ่มทุนต่างชาติจะให้ความสนใจก็ตาม การชะลอการตัดสินใจดังกล่าวยังคงมีอยู่

นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด กล่าวให้ความเห็นว่า? การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอยู่น้อยมาก และนักลงทุนในหลักทรัพย์จากต่างประเทศยังคงไม่เข้ามาลงทุน เพราะส่วนใหญ่การตัดสินใจมาลงทุนของกล่มทุนต่างชาตินั้นจะพิจารณาจากเครดิตเรทติ้งของประเทศนั้นๆ เป็นหลัก

“เมื่อเครดิตเรทติ้งของประเทศไทยต่ำ ต่างชาติก็ไม่สนใจลงทุน ฉะนั้น การลงทุนที่จะเกิดขึ้นก็คงต้องพึ่งพากลุ่มทุนหรือนักลงทุนกันเองภายในประเทศ” นายปฏิมา กล่าว

พร้อมกันนี้ นายปฏิมา สรุปว่า ผลตอบแทนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังดีอยู่ แต่เงินทุนต่างชาติจะหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดก็ต่อเมื่อไม่มีสถานการณ์วุ่นวายเท่านั้น ในช่วงทรงตัว ซึ่งตอนนี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี หลังจากที่นายกรัฐมนตรีประกาศแผนปรองดองแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการลงทุนภายในประเทศยังคงเป็นกลไกสำคัญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งนำโดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ในตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลาง แต่จากนี้ไปจะเห็นการซื้อขายเปลี่ยนมือกันให้เห็นคึกคัก นอกจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์แล้วยังมีกลุ่มทุนภายในประเทศที่จับตามองที่สนใจเข้าลงทุนจะมีทั้งในรูปสถาบัน, กลุ่มธุรกิจประกัน, กลุ่มทุนรายย่อยที่รวยเงินสด เลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายรับต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นอกจากการเข้าไปลงทุนแบบทั่วไปแล้วยังมีจะมีทรัพย์สินของทุนเลแมน บราเดอร์ส ที่ขณะนี้ได้แบ่งทรัพย์สินเป็น 3 กอง พร้อมที่จะนำออกมาประมูลในไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่เป็นอาคารสร้างเสร็จและอยู่ระหว่างก่อสร้าง รวมถึงที่ดินเปล่านั้นมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ตัวอย่างอาคารขนาดใหญ่ และที่ดินที่เลแมนฯ เป็นเจ้าของ เช่น อาคารเมอร์คิวรี่ ตรงข้ามเซ็นทรัล ชิดลม, อาคารแปซิฟิควัน และแปซิฟิคทู ถนนสุขุมวิท, อาคาร อิตัลไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ (ที่ตั้งของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์)? อาคารเมืองไทยภัทร ถนนรัชดาภิเษก และ ที่ดินเปล่า บนเกาะสมุย 2 แปลง ขนาด 131 ไร่ และเช่าอีก 7 ไร่ มูลค่ารวมประมาณ 1,175 ล้านบาท เป็นต้น

“ทรัพย์สินของเลแมนฯ ในไทยส่วนใหญ่มีคุณภาพและไม่มีปัญหา ซึ่งตอนนี้ก็มีกลุ่มทุนในไทยได้แสดงความสนใจที่จะเสนอตัวเข้าประมูล” แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์กล่าว

“ทีซีซี-ซีพีแลนด์”ชิงดำที่ดินรัชดาฯตลท.

พร้อมกันนี้แหล่งข่าวยังกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันมากโดยเฉพาะช่วงเดือนมี.ค. 2553 เพื่อให้โอนทันกับมาตรการอสังหาฯ ก่อนที่จะขยายมาเป็นสิ้นเดือนพ.ค. นี้ และยังมีที่ดินแปลงใหญ่หลายแปลงที่จะครบกำหนดการทำนิติกรรมการโอนในช่วงดังกล่าว

โดยที่จะประกาศผลในอีกไม่เกินสองสัปดาห์ข้างหน้านี้ ก็คือ การประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลที่ดิน 9.6 ไร่ (จากทั้งหมด 14.9ไร่) ริมถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นที่ดินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่ได้ซื้อมาจาก ป.กุ้งเผา การแบ่งพื้นที่ออกมาประมูลครั้งนี้ ได้กำหนดราคาขั้นต่ำที่ 1,500 ล้านบาท ตลท.เปิดไว้สองทางเลือก คือ ซื้อหรือให้เช่าพื้นที่เพื่อเนรมิตศูนย์ธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนของประเทศ มูลค่าเงินลงทุน 5,000-6,000 ล้านบาท

หลังจากที่ ตลท. เปิดให้ผู้สนใจซื้อซองประมูลปรากฏว่ามีผู้สนใจซื้อซอง 15 ราย แต่ทั้งนี้พบว่ามี 2 ราย คือ บริษัท ทีซีซีแลนด์ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี กับ ซีพี แลนด์ ธุรกิจอสังหาฯของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์? ซึ่งทั้งสองกลุ่มทุนนี้เสนอราคาแข่งขันกันและเป็นราคาที่น่าสนใจ ตลท. อยู่ระหว่างการพิจารณา

Best replacement Battery for BOSCH 11524

by mybattery on มิถุนายน 22, 2012 - 0 Comments

Battery for BOSCH 11524 on sales will be the perfect replacement to your original BOSCH 11524, 125-2411524, 12524, 12524 SERIES, 12524-03, 13624, 13624 SERIES, ...

Ni-MH, 3Ah, 18V, Power Tool Battery for Dewalt DC9096

by mybattery on กรกฎาคม 3, 2012 - 0 Comments

Power Tool Battery for Dewalt DC9096, Ni-MH, 3Ah, 18V,1176.53g, 136.80 x 88.30 x 113.20mm. Power Tool Battery for Dewalt DC9096 on sales will be the perfect rep...

(-รับสมัครงาน_+_@_งานพาร์ทไทม์_ดาวคะนอง_@__ดาวคะนอง_@__ดาวคะนอง (รับคนเพื่อทำงาน)_@_งานพาร์ทไทม์_ม.6_@__ม.6_@__ม.6 //เปิดรับสมัครงาน// | งานพาร์ทไทม์ | สุวรรณภูมิ | ^^^ | WELLCOME! 65.99 75.99 Lucky Flame Parttime Rinnai [[หางานได้ที่นี่ค่ะ]]_@_งานพาร์ทไทม์_ประชาชื่น_@__ประชาชื่น_@__ประชาชื่น [รับสมัครงาน]_#_งานพิเศษ_#_งานพาร์ทไทม์_#_ ประชาชื่น [หางาน]_#_งานเสริม_#_งานพาร์ทไทม์_#_ ม.6 [เปิดรับสมัครงาน]_#_งานตอนเย็น_#_งานพาร์ทไทม์_#_ ประชานิเวศน์ _!รับสมัครงานพาร์ทไทม์ : //// : -> : ม.6 : )))> : ม.6 : : : !SOGOOD _#_งานในกรุงเทพฯ_#_งานพาร์ทไทม์_#_ สุวรรณภูมิ ขายฝาก คอนโด งาน Part time งานคีย์ข้อมูล งานทำที่บ้าน งาน พาร์ทไทม์ ทำที่บ้าน งานพิเศษ งานพิเศษหลังเลิกเรียน งานส่ง Email งานออนไลน์ งานอิสระ งานเสริม จำนอง ทาวเฮ้าส์ ที่ดิน บ้าน บ้านเช่า บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยวให้เช่า ราคา รายได้เสริม หางาน หางานง่ายๆเงินดี หางานทำ หางานทำที่บ้าน หางานทำระหว่างเรียน หางานวุฒิม.3 หางานวุฒิม. 6 เครื่องดูดควัน เตาแก๊สแบบฝัง เปิดรับสมัครงานพิเศษ--> : \=> : ประชานิเวศน์ : ]]]> : ประชานิเวศน์ : ; : !Nice

หมวดหมู่

ป้ายกำกับ

(-รับสมัครงาน_+_@_งานพาร์ทไทม์_ดาวคะนอง_@__ดาวคะนอง_@__ดาวคะนอง (รับคนเพื่อทำงาน)_@_งานพาร์ทไทม์_ม.6_@__ม.6_@__ม.6 //เปิดรับสมัครงาน// | งานพาร์ทไทม์ | สุวรรณภูมิ | ^^^ | WELLCOME! 65.99 75.99 Lucky Flame Parttime Rinnai [[หางานได้ที่นี่ค่ะ]]_@_งานพาร์ทไทม์_ประชาชื่น_@__ประชาชื่น_@__ประชาชื่น [รับสมัครงาน]_#_งานพิเศษ_#_งานพาร์ทไทม์_#_ ประชาชื่น [หางาน]_#_งานเสริม_#_งานพาร์ทไทม์_#_ ม.6 [เปิดรับสมัครงาน]_#_งานตอนเย็น_#_งานพาร์ทไทม์_#_ ประชานิเวศน์ _!รับสมัครงานพาร์ทไทม์ : //// : -> : ม.6 : )))> : ม.6 : : : !SOGOOD _#_งานในกรุงเทพฯ_#_งานพาร์ทไทม์_#_ สุวรรณภูมิ ขายฝาก คอนโด งาน Part time งานคีย์ข้อมูล งานทำที่บ้าน งาน พาร์ทไทม์ ทำที่บ้าน งานพิเศษ งานพิเศษหลังเลิกเรียน งานส่ง Email งานออนไลน์ งานอิสระ งานเสริม จำนอง ทาวเฮ้าส์ ที่ดิน บ้าน บ้านเช่า บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยวให้เช่า ราคา รายได้เสริม หางาน หางานง่ายๆเงินดี หางานทำ หางานทำที่บ้าน หางานทำระหว่างเรียน หางานวุฒิม.3 หางานวุฒิม. 6 เครื่องดูดควัน เตาแก๊สแบบฝัง เปิดรับสมัครงานพิเศษ--> : \=> : ประชานิเวศน์ : ]]]> : ประชานิเวศน์ : ; : !Nice